
สถานการณ์ในเนปาลตึงเครียด หวั่นผู้สนับสนุนพรรคฝ่ายค้านออกมาประท้วง คัดค้านร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จนบานปลายไปสู่ความรุนแรง ด้านสถานทูตไทยในกรุงกาฐมาณฑุ ประกาศเตือนชาวไทยในเนปาลควรระมัดระวังและติดตามข้อมูลข่าวสารใกล้ชิด
สำนักข่าวต่างประทศรายงาน หวั่นเกรงจะเกิดความรุนแรงในประเทศเนปาล โดยเฉพาะที่ กรุงกาฐมาณฑุ เมืองหลวง อันเนื่องจากมีชาวเนปาลที่สนับสนุนพรรคฝ่ายค้าน ออกมาชุมนุมประท้วง ไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยในวันที่ 22 ม.ค. นี้ จะเป็นวันสุดท้ายของการร่างรัฐธรรมนูญแล้ว และเมื่อวันที่ 20 ม.ค. ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุวุ่นวายในสภา ถึงขนาดมี ส.ส.พรรคคอมมิวนิสต์ (ลัทธิเหมา) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้าน ได้ทุ่มเก้าอี้และไมโครโฟน ใส่ประธานสภา ด้วยความไม่พอใจที่เห็นพรรครัฐบาลพยายามผลักดันข้อเรียกร้องต่างๆ บรรจุไว้ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทั้งที่ไม่มีการตกลงกับพรรคฝ่ายค้านมาก่อน
จากสถานการณ์ตึงเครียด ทำให้กระทรวงการต่างประเทศของไทย แจ้งว่า เมื่อวันที่ 21 ม.ค. สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล ได้ประกาศเตือนชาวไทย ในเนปาล รวมถึง ชาวไทยที่กำลังจะมาท่องเที่ยวในเนปาลช่วงนี้ เนื่องจากในวันที่ 22 ม.ค.จะเป็นวันสุดท้ายของการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่จะส่งผลให้มีกลุ่มการเมืองต่างๆ ออกมาประท้วง ทั้งในกรุงกาฐมาณฑุและเมืองต่างๆ ด้วยเหตุนี้จึงขอให้ชาวไทยโปรดใช้ความระมัดระวังและติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิด รวมทั้งอย่าเข้าใกล้กลุ่มผู้ชุมนุมประท้วง หรือบริเวณที่มีการประท้วงเพื่อความปลอดภัย
เมื่อ 20 ม.ค. มีชาวเนปาลที่สนับสนุนพรรคพันธมิตรฝ่ายค้าน 30 พรรค นำโดยพรรคคอมมิวนิสต์ (ลัทธิเหมา) ออกมาประท้วงรุนแรงในกรุงกาฐมาณฑุ เมื่อวันที่ 20 ม.ค. หลังจากเกิดเหตุวุ่นวายในสภา โดยตำรวจได้จับกุมผู้ประท้วง 50 คนที่ก่อเหตุรุนแรง จุดไฟเผารถเมล์และรถแท็กซี่ จนทำให้สถานการณ์ในเนปาลตกอยู่ในความตึงเครียดอีกครั้ง
ทั้งนี้ ทางการเนปาลได้จัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปมาแล้วถึง 2 ครั้งและเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีถึง 6 คน นับตั้งแต่สงครามกลางเมืองระหว่างกองทัพและกบฏนิยมลัทธิเหมาได้ยุติลงเมื่อปี 2549 แต่จนถึงขณะนี้สองฝ่ายยังไม่สามารถตกลงกันได้ในหลายประเด็น.



สนับสนุนข่าวโดย: thairath.co.th






0 comments:
Post a Comment