นายพลเดช กล่าวต่อว่า ส่วนคณะมนตรีสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ มีจำนวน 5 คน โดยให้มีกระบวนการสรรหาจากผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองเสนอ ประธานสภาผู้แทนราษฎร นายกรัฐมนตรี ผู้นำฝ่ายค้าน ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย นายกสมาคมข้าราชการพลเรือน ประธานคณะกรรมการการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และประธานสมาคมธนาคารแห่งประเทศไทย โดยคณะมนตรีสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ มีวาระ 6 ปี ไม่จำกัดจำนวนวาระในการปฏิบัติ
จากนั้นนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองประธาน สปช.คนที่ 1 ชี้แจงกรณีที่มีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฎิบัติตามสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ ว่า หากเป็นข้าราชการถือว่ามีความผิดทางวินัย ต้องดำเนินการทางวินัย แต่หากเป็นนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ส.ส. ส.ว. รัฐธรรมนูญกำหนดกระทำผิดจริยธรรมร้ายแรง จำเป็นต้องถอดถอนหรือตัดสิทธิทางการเมือง ทางสมัชชาคุณธรรมจะส่งเรื่องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขึ้นบัญชีไว้ และการเลือกตั้งครั้งถัดไปให้นำชื่อที่ถูกชี้มูลความผิด ให้ประชาชนทั้งประเทศออกเสียงว่าจะตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปีหรือไม่
จากนั้นที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวด้วยคะแนน 217 ต่อ 10 งดออกเสียง 6 และที่ประชุมได้ขอความเห็นให้นำข้อสังเกตของสมาชิก สปช. มาประมวลปรับปรุงแก้ไข ก่อนที่จะส่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)และครม.ต่อไป ด้วยคะแนน 220 ต่อ 4 งดออกเสียง 9 โดยให้กมธ.นำไปปรับปรุงแก้ไขภายใน 7 วัน และหากสมาชิกต้องการส่งความเห็นเพิ่มเติมให้ส่งมายังประธาน กมธ.ฯภายใน 3 วัน.
..................................
ที่มา : dailynews.co.th






0 comments:
Post a Comment