Monday, March 2, 2015

“สปช.” มีมติ 217 เสียง เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.สมัชชาคุณธรรม ให้อำนาจไต่สวนผู้ทำผิดทางการเมือง


เมื่อวันที่ 2 มี.ค. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) โดยนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สปช.ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม โดยมีการพิจารณารายงานการศึกษา เรื่องสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ และ ร่าง พ.ร.บ.สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ พ.ศ... ของคณะกรรมการการปฏิรูปคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาล โดย นพ.พลเดช ปิ่นประทีป ประธานคณะกรรมการปฏิรูปคุณธรรม จริยธรรมและธรรมาภิบาล รายงานว่า การมีสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ เพื่อให้เป็นองค์กรอิสระมีสถานะตามกฎหมาย แต่หากในอนาคตมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ องค์กรนี้อาจจะเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ โดยทำหน้าที่กำหนดมาตรฐานจริยธรรมและคุณธรรมธรรมจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ผู้บริหาร ข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ ประกอบไปด้วยสมาชิกประจำที่สรรหามาจากกลุ่มผู้แทนเครือข่าย จากองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ภาคประชาชน จำนวนไม่น้อยกว่า 55 คน ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง 6 ปี  แต่งตั้งโดยคณะมนตรีสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ จำนวนไม่เกิน 11 คน



นายพลเดช กล่าวต่อว่า ส่วนคณะมนตรีสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ มีจำนวน 5 คน โดยให้มีกระบวนการสรรหาจากผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองเสนอ ประธานสภาผู้แทนราษฎร นายกรัฐมนตรี ผู้นำฝ่ายค้าน ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย นายกสมาคมข้าราชการพลเรือน ประธานคณะกรรมการการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และประธานสมาคมธนาคารแห่งประเทศไทย โดยคณะมนตรีสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ มีวาระ 6 ปี ไม่จำกัดจำนวนวาระในการปฏิบัติ

จากนั้นนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองประธาน สปช.คนที่ 1 ชี้แจงกรณีที่มีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฎิบัติตามสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ ว่า หากเป็นข้าราชการถือว่ามีความผิดทางวินัย ต้องดำเนินการทางวินัย แต่หากเป็นนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี  ส.ส. ส.ว. รัฐธรรมนูญกำหนดกระทำผิดจริยธรรมร้ายแรง จำเป็นต้องถอดถอนหรือตัดสิทธิทางการเมือง ทางสมัชชาคุณธรรมจะส่งเรื่องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขึ้นบัญชีไว้ และการเลือกตั้งครั้งถัดไปให้นำชื่อที่ถูกชี้มูลความผิด ให้ประชาชนทั้งประเทศออกเสียงว่าจะตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปีหรือไม่

จากนั้นที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวด้วยคะแนน 217 ต่อ 10 งดออกเสียง 6 และที่ประชุมได้ขอความเห็นให้นำข้อสังเกตของสมาชิก สปช. มาประมวลปรับปรุงแก้ไข ก่อนที่จะส่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)และครม.ต่อไป  ด้วยคะแนน 220 ต่อ 4 งดออกเสียง 9 โดยให้กมธ.นำไปปรับปรุงแก้ไขภายใน 7 วัน และหากสมาชิกต้องการส่งความเห็นเพิ่มเติมให้ส่งมายังประธาน กมธ.ฯภายใน 3 วัน.
..................................
ที่มา  :   dailynews.co.th

0 comments:

Post a Comment

Show Emoticons