เนื่องจากไม่ดำเนินการปาราชิก พระธัมมชโย รวมถึงให้ตรวจสอบว่า อาจจะเข้าข่ายการนำบุคคลที่ไม่ใช่พระขอเลื่อนสมศักดิ์ด้วยหรือไม่
โดบพระพุทธะอิสระ กล่าวว่า พระธัมมชโย นั้นต้องอาบัติปาราชิก ตามพระลิขิตของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ตั้งแต่วันที่ 26 เม.ย.42 แต่ไม่มีการดำเนินการ ยังคงแต่งกายเลียนแบบพระภิกษุสงฆ์ ฉ้อโกงประชาชน เพื่อหลอกลวงทรัพย์สินมาเพื่อประโยชน์ของตัวเอง ซึ่งเจ้าคณะปกครองและกรรมการมหาเถรสมาคมไม่ปฎิบัติการตามพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราชฯ และในปี 2549 ยังคืนตำแหน่งให้กับพระธัมมชโย
ต่อมาในปี 2554 ยังขอพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ระดับพระราชาคณะชั้นเทพให้กับพระธัมมชโย ที่ขาดจากความเป็นพระ ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นสถาบันเบื้องสูงด้วย ส่วนที่มหาเถรสมาคม มีมติไม่รื้อฟื้นคดีพระธัมมชโย ขึ้นมาตรวจสอบใหม่ เพราะผิดต่อหลักธรรมวินัยนั้น พุทธอิสระเห็นว่าเป็นความพยายามทำให้สังคมเข้าใจผิด
ส่วนกรณีที่มีผู้วิพากษ์วิจารณ์กรณีที่พระพุทธะอิสระ ออกมาเคลื่อนไหวในกรณีนี้จะต้องอาบัตินั้น พระพุทธะอิสระเห็นว่า การตรวจสอบเรื่องนี้ไม่ขัดต่อพระธรรมวินัย และในวันที่ 3 มี.ค.นี้ จะเดินทางไปยังสำนักงานอัยการสูงสุด และกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เพื่อสอบถามถึงคดีที่อัยการถอนฟ้องพระธัมมชโย ในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานเบียดบังเอาทรัพย์สินไปเป็นของตนโดยทุจริต เมื่อปี 2549 ด้วย
นอกจากนี้ พระพุทธะอิสระ ได้แสดงความบริสุทธิ์ใจ โดยให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน ถึงกรณีที่คณะนิสิตจากมหา วิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตอุบลราชธานี เรียกร้องให้มีการดำเนินคดีกรณีนำมวลชนเกินกว่า 5 คนไปวัดปากน้ำภาษีเจริญ เมื่อวันที่ 21 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งอาจเข้าข่ายการฝ่าฝืนกฎอัยการศึก ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องลำบากใจและไม่ให้เกิดข้อครหาว่าเลือกปฎิบัติ เพื่อป้องกันการใช้เป็นข้ออ้างในการล้มการปฎิรูป
.........................
ที่มา : news.mthai.com






0 comments:
Post a Comment