Tuesday, June 30, 2015

ปิดคดีฆ่าอัยการ! หนุ่มคนสนิทสารภาพ ทะเลาะรุนแรง ฟาดด้วยไม้-พัดลม



ตำรวจใช้เวลา 2 วัน ปิดคดีฆาตกรรมอัยการที่ จ.สุราษฎร์ฯ หนุ่มหล่อคนสนิทเข้ามอบตัวแล้ว สารภาพมีปัญหากับผู้ตาย หลังใกล้ชิดสนิทสนมกันนานถึง 8 ปี ครั้งสุดท้ายไปดูสวนปาล์มกลับมาทะเลาะกันรุนแรง เลยฟาดด้วยไม้กับพัดลมจนตาย...

จากเหตุฆาตกรรม นายพยงค์ ดอกไม้หอม อายุ 54 ปี อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด ปฏิบัติหน้าที่ประจำศาลแขวงสุราษฎร์ธานี ถูกคนร้ายตีด้วยของแข็ง และฟันด้วยของมีคมเป็นแผลฉกรรจ์ที่ใบหน้า และลำตัว เสียชีวิตอยู่ในห้องนอนบ้านพักอัยการจังหวัด เลขที่ 150/259 ถ.ดอนนก หมู่ 4 ต.มะขามเตี้ย อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อช่วงค่ำวันที่ 28 มิ.ย. เบื้องต้น เจ้าหน้าที่พุ่งปมไปที่ฆ่าชิงทรัพย์ และคนร้ายน่าจะเป็นคนใกล้ชิดผู้ตาย

จนล่าสุด เมื่อเย็นวันที่ 30 มิ.ย.58 พ.ต.อ.อรุณ แกล้ววาที รอง ผบก.สส.ภ.8 พร้อมด้วย นายอิสรินทร์ ส่งละออง ปลัดศูนย์ดำรงธรรม และชุดเฉพาะกิจอำเภอตะกั่วป่า จ.พังงา ได้นำตัว นายนิวัฒน์ จงสุข อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1/2 หมู่ 6 ต.โคกเคียน อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ผู้ต้องหาคดีฆ่า นายพยงค์  จากท่าอากาศยานดอนเมืองเดินทางมาที่ท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี เพื่อเข้ามอบตัวกับ พล.ต.ท.เดชา บุตรน้ำเพชร ผบช.ภ.8

ทั้งนี้ นายนิวัฒน์ ซึ่งเป็นหนุ่มคนสนิทของผู้ตาย ได้ตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีนี้ตั้งแต่ต้น เนื่องจากมีพยานเห็นว่า เป็นคนสุดท้ายที่อยู่กับผู้ตาย หลังก่อเหตุได้หลบหนีไปอยู่บ้านเพื่อนที่ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี

ต่อมา ภายหลังเข้ามอบตัว นายนิวัฒน์ ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือก่อเหตุทำร้ายร่างกายนายพยงค์ จนเสียชีวิตจริง โดยยอมรับว่ามีความสนิทสนมและอยู่ช่วยงานนายพยงค์มากว่า 8 ปี แต่ในระยะหลังที่นายพยงค์ย้ายมารับตำแหน่งที่ จ.สุราษฎร์ธานี ได้มีปัญหาขัดแย้งกันในเรื่องส่วนตัว

จนกระทั่งเมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย. ขณะที่เดินทางไปดูแลสวนปาล์มที่ อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ระหว่างเดินทางกลับ ได้เกิดมีปากเสียงกับนายพยงค์ และเมื่อกลับถึงบ้านพักที่ จ.สุราษฎร์ธานี เวลาประมาณ 13.00 น. จึงทะเลาะกันรุนแรงถึงขั้นทำร้ายร่างกาย ก่อนที่ตนจะใช้ไม้ และพัดลมกระหน่ำตีนายพยงค์หลายครั้งจนแน่นิ่งไป

นายนิวัฒน์ กล่าวด้วยว่า เมื่อรู้ว่านายพยงค์เสียชีวิต จึงได้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปื้อนเลือด แล้วเดินทางไป อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ด้วยรถโดยสารประจำทาง ก่อนต่อรถเข้ากรุงเทพฯ และหนีไปหลบอยู่กับเพื่อนที่ จ.ลพบุรี จนกระทั่งทราบว่าตกเป็นผู้ต้องสงสัย คิดว่าหนีไม่รอดแน่ จึงได้ตัดสินใจโทรศัพท์หาญาติ ซึ่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านที่ ต.โคกเคียน อ.ตะกั่วป่า ให้พาเข้ามอบตัว.



ที่มา thairath.co.th

0 comments:

Post a Comment

Show Emoticons