Thursday, July 2, 2015

4 พี่น้องปล่อยโฮ แม่ติดคุกเพราะป้องกันตัว-วอนรื้อคดี


จากกรณีเมื่อวันที่ 29 มิ.ย.ที่ผ่านมา มีนักเรียน 4 คนพี่น้องชาย 2 คน หญิง 2 คน นำโดยนาวสาวปาจรีย์ พี่คนโต พร้อมทั้งสำนวนในคดีตั้งแต่ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ มาร้องขอความเป็นธรรมต่อกับศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดตรัง

โดยนางสาวปาจรีย์ เล่าว่า นางปิยะภรณ์ อายุ 54 ปี แม่ของพวกตนมีอาชีพขูดมะพร้าวขายในตลาดสดย่านตาขาว ตกเป็นผู้ต้องหาและจำเลยในคดีทำร้ายร่างกายผู้อื่น

เหตุเกิดในตลาดสดย่านตาขาว เมื่อปี 2555 ขณะที่ขูดมะพร้าวขาย ถูกคู่อริ ที่มีอาชีพเดียวกัน รุมทำร้ายแม่ 5 คน และได้ใช้มีดสับมะพร้าวป้องกันตัว ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุก 4 เดือน ปรับ 31,000 บาท และศาลอุทธรณ์ลดโทษเหลือจำคุก 2 เดือน 20 วัน ปรับเท่าเดิม

หลังจากนั้นเด็กทั้ง 4 คน ได้มีเจ้าหน้าที่ กอ.รมน.พาไปยังศูนย์ดำรงธรรม เพื่อบอกรายละเอียดกับเจ้าหน้าที่ โดยมีนายทวีศักดิ์ สุทธินนท์ นิติกรชำนาญการ ได้ดูรายละเอียดในสำนวนคดีที่เด็กทั้ง 4 คนถือมาและทำการชี้แจงข้อกฎหมายให้ได้รับทราบ

ซึ่งในขณะนี้ คดีเลยขั้นตอนของพนักงานสอบสวนคือตำรวจหรืออัยการไปแล้ว คดีเดินทางไปสู่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ก็พิพากษาลงโทษจำเลยไปแล้วเช่นกัน ในขั้นตอนนี้ทราบว่าจำเลยได้ฎีกาโดยศาลนัดฟังคำพิพากษาต้นเดือนกรกฎาคม 2558 นี้

ดังนั้นศูนย์ดำรงธรรม ไม่สามารถที่จะรับเรื่องราวร้องทุกข์ได้ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายได้อีกต่อไป จึงขอทำความเข้าใจให้เด็กๆ ทั้ง 4 คนที่เดินทางมาร้องขอความเป็นธรรมแทนแม่ตัวเอง ซึ่งเป็นเด็กที่มีความกตัญญูต่อพ่อแม่เป็นอย่างยิ่ง

ล่าสุด (2 ก.ค.) ศาลจังหวัดตรังออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาศาลฎีกา พนักงานอัยการเป็นโจทย์ฟ้อง นางปิยะภรณ์ อายุ 54 ปี ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุก 4 เดือน ปรับ 31,000 บาท และศาลอุทธรณ์ลดโทษเหลือจำคุก 2 เดือน 20 วัน ปรับ เท่าเดิม

ในวันนี้จำเลยมาฟังคำพิพากษาพร้อมด้วยลูกๆ ทั้ง 4 คน เมื่อศาลฎีกาพิพากษาตามศาลอุทธรณ์ให้จำคุก 2 เดือน 20 วัน และปรับ 31,000.บาท ตามศาลอุทธรณ์ ลูกๆ ทั้ง 4 คน ก็ออกมานอกบัลลังก์ก็ร้องไห้กอดกัน เสียใจที่แม่ต้องติดคุก

นายประจำ อายุ 48 ปี สามีของจำเลย กล่าวว่า ตนยอมรับในคำตัดสินของศาล แต่รู้สึกข้องใจในสำนวนของพนักงานสอบสวนที่ขาดความรอบคอบ จนทำให้ภรรยาของตนต้องติดคุก

ตอนนี้ชีวิตครอบครัวตนและลูกๆทั้ง 4 คน ลำบากมาก หลังจากเกิดคดีนี้ ต้องเป็นหนี้เป็นสินกว่า 4 แสนบาท ตนอยากทราบว่า ความยุติธรรมมีอยู่จริงหรือไม่ เหตุผลที่ตนปล่อยให้เวลาเนิ่นนาน โดยไม่ออกมาเรียกร้องใดๆ เพราะตนและครอบครัวคิดว่า ไม่ผิด และเคยเชื่อมาตลอดว่าความยุติธรรมมีจริง

อย่างไรก็ตาม ตนอยากให้หน่วยงานใดก็ได้รื้อฟื้นคดีขึ้นมาใหม่ เพื่อพยุงไว้ซึ่งความยุติธรรม

อย่างไรก็ตามหลังจากฟังคำพิพากษา เด็กๆ ทั้ง 4 คน และครอบครัวมีการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์มีการนำป้ายผ้า พร้อมเขียนข้อความ ถามหาความยุติธรรม ไปยื่นหน้าศาลากลางจังหวัดตรัง

นายธีรวุธ เขียวดี นิติกรสำนักงานยุติธรรม จ.ตรัง และ นายวิโรจน์ ทองแก้ว ทนายความที่ปรึกษา สนง.ยุติธรรม ได้มาสอบถามข้อเท็จจริง พร้อมเชิญไปหารือที่สำนักงานฯ

โดยนายธีรวุธ กล่าวว่า ตนต้องขอดูสำนวนคดีทั้งหมดก่อนว่าจะสามารถรื้อคดีได้หรือไม่ เนื่องจากคดีนี้ศาลฎีกาได้พิพากษาไปแล้วในทางคดีถือว่าสิ้นสุด แต่เบื้องต้นจะรับเรื่องไว้ก่อน




ที่มา http://news.sanook.com/1822898/

0 comments:

Post a Comment

Show Emoticons