ตร.มุ่งปมเงินลงทุน80ล.พันคดียิง‘สมยศ’ เกี่ยวพันกับการพนันและวิ่งเต้นล้มคดี
5ก.ค.2558พล.ต.อ.เรืองศักดิ์ จริตเอก รองผู้บัญชาการตำรวจเเห่งชาติ เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีคนร้ายบุกยิงนายสมยศ สุธางค์กูร อดีตเจ้าของพระราม 9 คาเฟ่ เสียชีวิตคาลานจอดรถร้านอาหารย่านคลองตัน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 29 มิ.ย. ที่ผ่านมาว่า จากการสอบปากคำภรรยาเเละลูกสาว ซึ่งให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะปมเงินลงทุน จำนวน 80 ล้านบาท พบว่าไปสนับสนุนประเด็นหลักที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งไว้ นั่นคือในส่วนของหนี้สินการพนันเเละการวิ่งเต้นล้มคดี
ในส่วนของการล้มคดีนั้น ทาง พ.ต.อ.อัครเดช พิมลศรี รองผู้บังคับการปราบปราม รักษาราชการเเทนผู้บังคับการกองปราบปราม กำลังเร่งไล่เรียงคดีว่ามีคดีใดเป็นคดีใหญ่และมีผู้มีอิทธิพลเข้าไปเกี่ยวข้อง จนเป็นเหตุให้มีการจ้างวานฆ่าดังกล่าวหรือไม่
อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ยังไม่มีการเรียกผู้ใดเข้ามาสอบปากคำเพิ่มเติม ทั้งนี้ ในช่วงบ่ายวันนี้ (5ก.ค.) จะมีการฌาปนกิจศพของ นายสมยศ สุธางค์กูร อดีตเจ้าของพระราม 9 คาเฟ่ ที่วัดเทพลีลา อีกด้วย
ขณะที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น. กล่าวว่า จากที่เรียกภรรยานายสมยศ มาสอบปากคำเพิ่มเติมเป็นครั้งที่ 4 นั้น ขณะนี้ยังมีหลายประเด็นที่ยังไม่ชัดเจนว่า เป็นประเด็นอะไร ส่วนกรณีที่จะพุ่งไปเรื่องการพนันนั้น ขอยืนยันว่ายังไม่ใช่ เพราะยังมีเรื่องฟ้องร้องกันอีกหลายเรื่อง ซึ่งแต่ละคดีความ มีวงเงินกว่า 10 ล้านบาท ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีต่างๆมาสอบปากคำ คาดว่าต้องรอสอบสวนให้ชัดเจนก่อน เพราะต้องไล่สอบที่ละคน ทีละคดี
ส่วนกรณีที่เรียกบุตรชายนอกสมรสของนายสมยศมาสอบปากคำนั้น ได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี ถึงก่อนหน้านี้จะมีปัญหารุนแรงกับนายสมยศ แต่ยืนยันว่าเป็นการน้อยใจกันภายในครอบครัวเท่านั้น
พล.ต.ต.สมบัติ กล่าวอีกว่า เบื้องต้นการสอบสวน หรือสืบสวนจากพยานบุคคลใกล้ตัว หรือพยานในจุดเกิดเหตุ ยังยืนยันไม่ได้ว่า ปมการสังหารมากจากประเด็นอะไร เนื่องจากคดีที่นายสมยศไปว่าความนั้นมีมากถึง 20 คดี และแต่ละคดีวงเงินไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท จึงไม่สามารถตัดประเด็นใดประเด็นหนึ่งทิ้ง เพราะแต่ละประเด็นก็สามารถวิเคราะห์ ว่าเป็นชนวนการเสียชีวิตได้ จะต้องรอตรวจสอบเอกสารก่อน และได้ขอให้ทนายของสมยศนำเอกสารการว่าความแต่ละคดีมาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้ว
ทั้งนี้ในเรื่องของการตรวจสอบภาพจากกล่องวงจรปิดของคนร้ายนั้น ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ๆรับผิดชอบตรวจสอบอย่างละเอียด ทั้งก่อนและหลังเกิดเหตุ เพื่อจะนำข้อมูลต่างๆมารวบรวมในสำนวนทางคดี ส่วนกรณีพบว่าพบคนร้ายบริเวณห้างสรรพสินค้าเดอะ มอลล์ รามคำแหงนั้น ได้สั่งการให้ตรวจสอบและยืนยันอีกครั้ง เพื่อที่จะหาทิศทางการหลบหนีของคนร้ายต่อไป
ที่มา http://www.komchadluek.net/detail/20150705/209187.html







0 comments:
Post a Comment