เดินหน้าปรองดอง-นศ.ลั่นเคลื่อนไหวต่อ
ทีมทนายดาวดินลุ้น 7 ก.ค. ศาลทหารอนุมัติค้านฝากขังผัดที่ 2 นศ.ประกาศออกไปได้เคลื่อนไหวต่อ พ่อเด็กขู่ศาลไฟไม่เขียวประท้วง รบ. ยังหวัง 14 นศ.จะยื่นขอประกันตัวตามขั้นตอน ปชป.ชี้ฝ่ายตรงข้าม คสช. เปิดแนวรบใหม่ใช้ นศ.แทนมวลชน “ดิเรก” เตือนใช้อำนาจเข้มมากกระแสต้านอาจจุดติด “วันชัย” แนะนายกฯส่งคนเจรจาปรองดองกับ “ทักษิณ” ในทางลับ สปช.รอซิก “เทียนฉาย” สั่งโหวตลับร่าง รธน. ป.ป.ช.ชงข้อกล่าวหา “เจ๊วา” ฮั้วโครงการประกันราคาข้าว “บิ๊กตู่” เซ็นเอ็มโอไอทวายแล้ว ถก “อาเบะ” ลุยไฮสปีดเทรน-รถไฟฟ้า-ระบบราง
จากกรณีทีมทนายของนักศึกษาขบวนการประชาธิปไตยใหม่ เตรียมยื่นคัดค้านการขอฝากขังผัดที่สองและจะไม่ขอประกันตัวนั้น
เอ็นจีโออีสาน–เพื่อนแห่เยี่ยมดาวดิน
เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 4 ก.ค.ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ได้มีกลุ่มตัวแทนชาวบ้านและกลุ่มเคลื่อนไหวด้านสิทธิชุมชนจากภาคอีสาน เช่น จังหวัดเลย ขอนแก่น และกาฬสินธุ์ ราว 40 คน ประกอบด้วย กลุ่มอนุรักษ์ดงมูล กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม บ้านนามูล ดูนสาด กลุ่มอนุรักษ์แวดล้อมห้วยเสือเต้นและโคกหินขาว กลุ่มรักบ้านเกิด พร้อมด้วยนายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตลอดจนเพื่อนๆนักศึกษาขบวนการประชาธิปไตยใหม่ หรือเอ็นดีเอ็ม อาทิ นายวรวุฒิ บุตรมาตร และนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ แกนนำกลุ่มพลเมืองโต้กลับ เดินทางเข้าเยี่ยม นศ.เอ็นดีเอ็มที่ถูกคุมขังในเรือนจำเป็นวันที่ 9
นักโทษเก่าโกนหัวประท้วงแยกแดน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ กำหนดให้สามารถเข้าเยี่ยม นศ.ในช่วงวันหยุดได้เฉพาะที่ นศ.ถูกคุมขังในแดนที่ 5-6 ทำให้มี นศ.เพียง 5 คน จาก 13 คน ที่ได้สิทธิ์เรียกตัวมาพบญาติที่ห้องเยี่ยม คือนายรังสิมันต์ โรม นายอภิสิทธิ์ ทรัพย์นภาพันธ์ นายศุภชัย ภูครองพลอย นายทรงธรรม แก้วพันพฤกษ์ นายวสันต์ เสตสิทธิ์ อย่างไรก็ตามนายวิบูลย์ บุญภัทรรักษา บิดาของนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา นศ. คณะนิติศาสตร์ ม.ขอนแก่น แกนนำกลุ่มดาวดิน เข้ายื่นคำร้องต่อเรือนจำเพื่อขอเยี่ยมบุตรชายที่ถูกขังในแดน 3 ด้วย แต่เรือนจำไม่อนุญาต ทั้งนี้กลุ่มนักโทษในเรือนจำที่มีข้อหาในคดีที่เกี่ยวกับความขัดแย้งการเมืองในแดนต่างๆ ได้มีการร่วมกันโกนหัวประท้วงคำสั่งขังแยกแดนกลุ่ม นศ.เอ็นดีเอ็มแล้ว
โทรฯกุกกักสำนวนเพี้ยน–ไม่เซ็นรับ
นายอภิสิทธิ์ ทรัพย์นภาพันธ์ อดีต นศ.มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หนึ่งในสมาชิกเอ็นดีเอ็ม ให้สัมภาษณ์ผ่านห้องขังถึงกรณีพนักงานสอบสวน สน.สำราญราษฎร์ นัดสอบปากคำเมื่อวันที่ 3 ก.ค.ว่า เจ้าหน้าที่นัดกลุ่มเอ็นดีเอ็ม 13 คนสอบสวนนัดแรกโดยผ่านโทรศัพท์ที่ใช้สื่อสารระหว่างผู้ถูกคุมขังในห้องเยี่ยม แต่เนื่องจากการสอบปากคำผ่านโทรศัพท์ มีอุปสรรคคือสื่อสารกันได้ไม่ชัด แม้ทางทีมทนายเอ็นดีเอ็มที่ได้รับฟังอยู่ด้วยก็มีปัญหาเพราะโทรศัพท์ในห้องมีไม่กี่เครื่อง กลุ่มเอ็นดีเอ็มพยายามเสนอขอให้เปลี่ยนเป็นห้องเปิดที่สามารถให้ปากคำได้โดยตรง แต่ไม่สามารถทำได้ เมื่อพนักงานสอบสวนนำสำนวนที่สอบมาให้เซ็นปรากฏว่าข้อความไม่ตรงกับคำให้การ ซึ่งพนักงานสอบสวนอ้างข้อความที่เขียนเป็นถ้อยคำที่ใช้ในการทำสำนวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ทำให้พวกเราต้องปฏิเสธการเซ็นรับสำนวนสอบสวน เท่ากับว่าการสอบปากคำนัดแรกไม่มีผล ส่วนกรณีที่ทีมทนายจะยื่นค้านการฝากขัง ถ้าศาลอนุมัติ ก็จะออกจากเรือนจำ แต่ก็คงต้องมีการเคลื่อนไหวต่อเพราะมาถึงขั้นนี้แล้ว
ลุ้นศาลอนุมัติค้านขัง–จ่อลุยต่อ
นายรังสิมันต์ โรม นศ.นิติศาสตร์ธรรมศาสตร์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวผ่านห้องคุมขังถึงกรณีที่ทีมทนายความ เตรียมยื่นขอคัดค้านการฝากขังศาลทหารผัดที่สอง ในวันที่ 7 ก.ค.ว่า เป็นกระบวนการปกติที่ทีมทนายต้องทำ และเคยพยายามยื่นค้านมาตั้งแต่การฝากขังผัดแรก แต่เนื่องจากกระบวนการในครั้งแรกไม่เปิดช่องจึงทำไม่ได้ หากการยื่นค้านฝากขังครั้งนี้ศาล ทหารเห็นชอบ พวกตนทั้งหมดก็ต้องออกจากเรือนจำ ตามคำสั่งศาล แต่จะเคลื่อนไหวอย่างไรต่อต้องหารือกันอีกที
7 ก.ค.พ่อ นศ.ขู่ศาลไฟไม่เขียวประท้วง
นายวิบูลย์ บุญภัทรรักษา บิดาของนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา กล่าวว่า ในวันที่ 7 ก.ค.ที่ต้องส่งตัว นศ.ทั้งหมดไปขออำนาจศาลฝากขังผัดที่สอง ตนได้ประสานกับผู้ปกครองของ นศ.ที่ถูกจับ ทั้งกลุ่มดาวดิน จ.ขอนแก่น และกลุ่มที่เคลื่อนไหวหน้าหอศิลป์ฯที่จะร่วมกันยื่นคำร้องต่อศาลทหาร เพื่อเข้ารับฟังการไต่สวนในวันดังกล่าว เพราะเชื่อว่าบุตรชายเป็นผู้บริสุทธิ์ หากศาลไม่อนุญาตส่วนตัวก็จะมีการประท้วงอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไป
กองเชียร์ร้องเพลง–เล่นละครในรั้วคุก
ต่อมาเวลา 12.30 น.กลุ่มตัวแทนชาวบ้านที่เคลื่อนไหวด้านสิทธิชุมชนในภาคอีสาน ได้ออกมารวมตัวหน้าป้ายเรือนจำพิเศษ ก่อนขออนุญาตเรือนจำเพื่อจัดกิจกรรมในพื้นที่ ซึ่งเรือนจำยอมผ่อนปรนให้เป็นกรณีพิเศษ โดยมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายข่าวกรองทหาร ตำรวจ คอยสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด จากนั้นมีการส่งตัวแทนของชาวบ้านแต่ละกลุ่มออกมาเล่าประสบการณ์ ที่เคยร่วมกับ 7 นศ.กลุ่มดาวดิน ในการต่อสู้เรียกร้องสิทธิชุมชนและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ภาคอีสาน มีการร้องเพลง และแสดงละคร ก่อนร่วมกันตะโกนคำว่า ประชาธิปไตยจงเจริญ เผด็จการจงพินาศ
แถลงการณ์ให้ปล่อยตัวไม่มีเงื่อนไข
นายทรงยศ แสงโคตร ตัวแทนชาวบ้าน 4 กลุ่ม ได้อ่านแถลงการณ์ “ประชาชนที่อยู่เบื้องหลังลูกๆดาวดินฉบับที่ 1”โดยระบุว่า พวกเราประชาชนผู้ที่อยู่เบื้องหลังนักศึกษาที่เคลื่อนไหว เพื่อปกป้องประชาชนผู้ทุกข์ยากจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลและเอกชน ที่ไม่ฟังเสียงของประชาชน วันนี้พวกเราได้รวมตัวกัน เพื่อมาเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่ลูกๆดาวดินของเรา เพราะในวันที่พวกเราเดือดร้อน ถูกเอารัดเอาเปรียบ จากนายทุนและรัฐ มีเพียงแต่พวกลูกๆกลุ่มดาวดินที่ต่อสู้เคียงข้างพวกเราเสมอมา สิ่งที่พวกลูกๆเราทำไม่ใช่การกระทำผิด เยี่ยงอาชญากร ไม่ใช่ผู้จะทำลายความมั่นคงของชาติ จึงขอเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักศึกษาทั้งหมดโดยไม่มีเงื่อนไขและหยุดการเชื่อมโยงใส่ร้ายป้ายสีเพื่อทำลายความชอบธรรมของกลุ่มนักศึกษาด้วย”
“ปนัดดา” เชื่อไม่ลามแบบ 14 ตุลา
ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า จากการได้พบปะนักศึกษา มีการประเมินหรือไม่ว่าการเคลื่อนไหวดังกล่าวจะลุกลามเป็นวงกว้างหรือไม่ ม.ล.ปนัดดากล่าวว่า เชื่อว่าคงไม่ ขณะนี้ผู้ใหญ่ไม่ใช้อารมณ์เข้าหาเลย ไม่เหมือนในอดีต ที่มีการทะเลาะ ประหัตประหารกัน ส่วนที่มีความเป็นห่วงว่าเหตุการณ์ขณะนี้จะย้อนรอยไปเหมือนเหตุการณ์ 14 ตุลา ตนไม่มองเช่นนั้น เพราะฝ่ายบริหารไม่ได้เป็นเผด็จการเหมือนในอดีต
ยังหวังให้ 14 นศ.ยื่นขอประกันตัว
นายปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว. กลาโหม กล่าวถึงองค์กรสากลเรียกร้องปล่อยตัว 14 นักศึกษาและขอให้ขึ้นศาลพลเรือนว่า ยามที่ชาติบ้านเมืองต้องการเสถียรภาพในการทำงาน ก็ต้องรักษากติกา ในช่วงนี้ก็ถือว่าเปิดกว้างมากขึ้นแล้วให้จัดกิจกรรมทางการเมือง เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการร่างรัฐธรรมนูญ และการปฏิรูป นำไปสู่การเลือกตั้ง ถ้าไม่มีอะไรแอบแฝง ไม่สร้างความวุ่นวาย รัฐบาลรับฟัง แต่ถ้าทำให้เกิดการเผชิญหน้า ขัดคำสั่ง คสช.ก็ยอมไม่ได้ ส่วนที่นักศึกษา 14 คนยืนยันไม่ประกันตัว ตรงนี้คงต้องสื่อสารกันให้ดีว่า สิ่งที่ดีที่สุดคืออะไร องค์กรสากลยังเห็นว่าควรปล่อยตัว ประกันตัวตามขั้นตอน และคดีควรสิ้นสุดโดยเร็ว เป็นจุดยืนที่สอดคล้องกัน จะได้ไม่มีผลกระทบต่อนักศึกษา ดังนั้นฝ่ายสนับสนุนต้องคิดให้ดีทางออกคืออะไร เพราะถ้าประกันตัว คดีต่างๆยุติลงจะดีกับทุกฝ่ายหรือไม่และที่ผ่านมาคดีที่เกี่ยวข้องกับนักศึกษาอะลุ่มอล่วยมาตลอด
ไล่กวดแก๊งปล่อยข่าวในโซเชียลฯ
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีมีการเผยแพร่ข่าวสารส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางโซเชียลมีเดียว่า ขณะนี้พบมีการปล่อยข่าวที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริงมาหลายครั้งแล้ว เมื่อประชาชนพบเห็นข้อความในลักษณะ ดังกล่าวอย่าเพิ่งเชื่อหรือส่งต่อทันที ขอให้ใช้สติตรวจสอบข้อมูลกับสถานีโทรทัศน์ วิทยุ ช่องหลักๆก่อน ถ้าไม่พบ ก็แสดงว่าไม่ใช่ข้อเท็จจริง ไม่ว่าใครจะปล่อยข้อมูลอะไรถ้าคนในสังคมรู้เท่าทัน ไม่ให้ความสนใจข่าวในเชิงร้ายก็จะเงียบไปเอง ในขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบที่มาของข้อมูล อะไรที่ทำให้หยุดการเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวได้ก็จะทำ เนื่องจากถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย เพราะเป็นการทำลายความมั่นคง แต่ก็มีบางส่วนทำในต่างประเทศ ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการ
ปชป.ชี้แนวรบใหม่ใช้ นศ.แทนม็อบ
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของนักศึกษากลุ่มดาวดิน ว่า แนวรบทางการเมืองของฝ่ายตรงข้ามของรัฐบาลต่อไปจะไม่ใช้มวลชนมากดดันเหมือนเช่นในอดีต ที่มีการชุมนุมปลุกม็อบขนาดใหญ่ เพราะ คสช.สามารถควบคุมได้เด็ดขาดในทุกพื้นที่ ดังนั้นฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลจึงเปลี่ยนแนวรบโดยใช้นักศึกษาซึ่งเป็นเยาวชนมาร่วมเป็นหัวหอกในการเคลื่อนไหว เพราะเวลาต่อสู้ถ้าถูกดำเนินคดี ประชาชนทั่วไปจะเห็นใจนักศึกษามากกว่าเห็นใจประชาชนทั่วไป รัฐบาลจึงต้องเร่งอธิบายทำความเข้าใจว่า กลุ่มนักศึกษาที่ฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. ห้ามชุมนุมเกิน 5 คน และก็เคยให้ชุมนุมมาแล้วถึง 3 ครั้งจึงได้จับกุม หากรัฐบาลไม่อธิบายหรือทำความเข้าใจสถานการณ์ก็จะยิ่งลุกลาม และการต่อสู้แนวนี้ก็จะขยายออกไป แต่ยังเชื่อว่า คสช.คงทราบแนวทางการแก้ไขแล้วเพียงแต่จะใช้วิธีการอย่างไรเท่านั้น
“ถ้ารัฐบาลไม่อธิบายว่า ไม่ได้ปิดกั้นการแสดงความคิดเห็น เพราะมีการฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. รัฐบาลก็จะถูกมองว่าผู้ใหญ่รังแกเด็ก จึงต้องทำความเข้าใจกับสังคม ไม่ควรให้ทอดเวลายาวออกไป เพราะเวลาจะเข้าข้างนักศึกษา และเวลาจะเข้าข้างประชาธิปไตย แต่เวลาจะไม่เข้าข้างรัฐบาล เพราะระบอบประชาธิปไตย เป็นแบบนี้ เรายอมให้ขัดจังหวะประชาธิปไตยนานไม่ได้ “นายนิพิฏฐ์กล่าว
แฉอดีตเด็กรามฯ ซุกปีก “ทักษิณ”
นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกฯ อส.มร.กล่าวถึงกรณีมีอดีตนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหงกว่า 100 คน ลงชื่อออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ปล่อยตัวกลุ่มนักศึกษาที่ออกมาเคลื่อนไหวว่า ตนไม่เห็นด้วยกับการกระทำของคนเหล่านี้ และขอบอกว่าอดีตนักศึกษากลุ่มดังกล่าวล้วนแต่เป็นเครือข่ายที่ใกล้ชิดกับระบบทักษิณ บางคนเป็นเลขานุการส่วนตัวของนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตสมาชิกพรรคเพื่อไทย และอดีตนักศึกษาเหล่านี้ไม่เคยเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม
พท.โต้ “บิ๊กตู่” อัดนักการเมืองกดดัน
นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช.กล่าวกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ระบุว่า ขณะนี้การกดดันจากต่างประเทศน้อยลง เว้นแต่นักการเมืองที่ยังกดดันอยู่ว่า ที่ตนพูดไม่ได้กดดันรัฐบาล แต่เป็นการบอกรัฐบาลว่าหากทำแบบนี้จะเกิดปัญหาอะไรขึ้น ประชาชนคิดอย่างไร ในฐานะที่เราใกล้ชิดประชาชนเรารู้ปัญหาว่าเขาต้องการอะไร ไม่ได้ปลุกระดมคนออกมาชุมนุม ดังนั้นรัฐบาลควรรับฟังทุกคำติเตียน
“ไทยควรจัดระเบียบให้เป็นประชาธิปไตยที่สังคมโลกยอมรับ เมื่อไทยไม่ได้ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย ก็จะเกิดการต่อต้านของสังคมโลกไปเรื่อยๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อม เพราะเขาไม่ยอมรับการปกครองด้วยระบบทหาร ที่ผ่านมาตั้งแต่มีการยึดอำนาจไม่มียุคไหนที่โลกต้านประเทศไทยเท่ายุคนี้ ยูเอ็น อียู องค์กรสิทธิมนุษยชน ต่างเรียกร้องให้คืนประชาธิปไตย” นายวรชัยกล่าว
ปัด นศ.–คนเสื้อแดงซี้ปึ้กกันมาก
นายวรชัยกล่าวว่า ท่าทีของรัฐบาลที่อ่อนลง ไม่จับกุมนักศึกษาที่ออกมาเคลื่อนไหว เพราะเห็น แล้วถึงพลังบริสุทธิ์ ตนและคนเสื้อแดงขอย้ำว่าไม่ได้มีความสัมพันธ์กับนักศึกษากลุ่มนี้เป็นพิเศษ เราไม่เคยอยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวของขบวนการประชา ธิปไตยที่เป็นพลังบริสุทธิ์ ทหารคงคิดว่าหากใช้แนว ทางการทหารคงไม่สำเร็จ ยิ่งยั่วยุจะทำให้คนออก มาต่อต้านมากขึ้น คสช.จะอยู่ยาก ความขัดแย้งจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จึงหันกลับมาใช้แนวคิดทางการเมือง ในการแก้ปัญหา คือการยอมรับ และแก้ปัญหาด้วยการเจรจาพูดคุย ทำความเข้าใจ ไม่สร้างความขัดแย้ง ด้วยการขยายแนวรบใหม่ ดังนั้นจึงอยากแนะนำให้รัฐบาลถอนเชื้อเพลิงออกจากกองไฟ ทั้งเรื่องการจับกุมนักศึกษา การซื้อเรือดำน้ำ ปัญหาเรือประมง ปัญหาภัยแล้ง ปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ เหล่านี้เป็นเชื้อเพลิงที่เพิ่มอุณหภูมิให้น้ำเดือดเร็วขึ้น
“ดิเรก” เตือนเข้มมาก–อาจจุดติด
นายดิเรก ถึงฝั่ง สมาชิก สปช. กล่าวว่า เรื่อง กลุ่มนักศึกษาขบวนการประชาธิปไตยใหม่ 14 คน ที่ถูกควบคุมตัวอยู่ เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ต้องแยกแยะ เพราะเด็กกับนักการเมืองจะต่างกัน เด็กมีความบริสุทธิ์ ถ้าเป็นนักการเมืองอาจจะจุดไม่ติด แต่นัก ศึกษาอาจจะจุดติด รัฐบาล คสช.ต้องนุ่มนวล สร้าง ความเข้าใจด้วยเหตุผล อย่าใช้อำนาจมาก อาจจะทำให้แรงสะท้อนมากขึ้น ไม่อยากเห็นเหตุการณ์ที่นักศึกษาถูกปิดกั้น เพราะเราก็มีบทเรียนจากเหตุการณ์ 14 ตุลา 16 แล้ว ที่สำคัญต้องทำให้รัฐธรรมนูญเสร็จสมบูรณ์โดยเร็ว คืนอำนาจให้ประชาชนตามโรดแม็ปโดยเร็ว
สปช.แนะ “บิ๊กตู่” ส่งคนคุย “ทักษิณ”
นายวันชัย สอนศิริ สมาชิก สปช. กล่าวถึงการนิรโทษกรรมตามแนวทางการสร้างความปรองดองของคณะกรรมการศึกษาการสร้างความปรองดองของ สปช. ที่มีนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ เป็นประธาน ว่า เมื่อแนวทางดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของ สปช.ส่วนตัวจะอภิปรายสนับสนุนให้นิรโทษกรรมแก่ผู้ชุมนุมซึ่งต้องคดีที่เกิดจากมูลเหตุจูงใจทางการเมือง แต่ไม่เห็นด้วยกับการนิรโทษกรรมในคดีสั่งฆ่าประชาชนหรือเผาทำลาย เพราะมันจะกลายเป็นบรรทัดฐานว่า หากใครอยากเข้าสู่อำนาจทางการเมืองก็สามารถสั่งฆ่าหรือเผาได้ ทั้งนี้ การนิรโทษฯยังต้องไม่รวมคดีทุจริต และคดีหมิ่นฯตามมาตรา 112 ส่วนแนวทางการออกกฎหมายนิรโทษกรรม ก็ต้องขึ้นอยู่กับ คสช. ครม. และ สนช.จะเห็นเป็นอย่างไร หากจะให้รวดเร็วก็เห็นด้วยกับการให้นายกฯใช้มาตรา 44 ดำเนินการทันที เนื่องจากเรื่องดังกล่าวหลายฝ่ายต่างเห็นพ้องกัน นอกจากนี้ ยังขอยืนยันว่าการเจรจากับผู้มีอำนาจทุกฝ่ายในสังคมไทยเป็นเรื่องจำเป็นที่จะทำให้เกิดความปรองดอง แม้ที่ผ่านมานายกฯ จะออกมาปฏิเสธว่าไม่เจรจากับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ แต่การเจรจานั้นนายกฯ สามารถมอบหมายบุคคลใดไปทำหน้าที่แทนก็ได้และสามารถทำได้ทั้งในทางลับและทางแจ้ง
ปชป.เชียร์ คสช.ใช้ ม.44 นิรโทษ
นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในระดับผู้ชุมนุมขณะ นั้นมีกฎหมายมาตรา 63 ของรัฐธรรมนูญปี 2550 บังคับใช้อยู่ ประชาชนในขณะนั้นย่อมได้รับการคุ้มครองที่ถูกต้องตามกฎหมาย ดังนั้นก็ควรนิรโทษกรรมแต่ต้องพิจารณาโดยไม่หมายรวมคดีอาญา ส่วนแกนนำผู้สั่งการนั้น บางครั้งก็มีการสั่งให้ผู้มาชุมนุมกระทำผิดเช่น เผาบ้านเผาเมือง เมื่อผิดอาญาก็ต้องให้มีการดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม ถ้าศาลสั่งฟ้องก็ต้องไปดำเนินคดีตามขั้นตอน มีบท ลงโทษ มีการสำนึกผิด ก็เข้าสู่กระบวนการนิรโทษกรรมได้ โดยการนิรโทษกรรมนั้น คสช.สามารถทำได้โดยใช้รัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 มาตรา 44 เช่น อาจจะตั้งคณะกรรมาธิการในส่วนของ สนช. เพื่อศึกษา กฎหมายในการนิรโทษกรรม หาแนวทางและผลสรุป จากนั้นก็เสนอ คสช. และหาก คสช.เห็นด้วย ก็สามารถออกประกาศเป็นกฎหมายได้ ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ได้ เพื่อความรวดเร็ว
กมธ.ปลื้มปรับร่าง รธน.ได้ตามแผน
นายชูชัย ศุภวงศ์ รองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ภาพรวมการพิจารณาปรับแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านไปแล้ว 96 มาตรา เป็นตามแผนที่วางเอาไว้ ส่วนตัวรู้สึกพอใจต่อพัฒนาการที่ก้าวหน้าขึ้นก้าวหน้ากว่ารัฐธรรมนูญทุกฉบับที่ผ่านมาอย่างน่าพอใจ เราได้นำคำขอแก้ไขเพิ่มเติมที่ทุกฝ่ายเสนอเข้ามายัง กมธ.ยกร่างฯมาประกอบการพิจารณาและปรับแก้ไขให้สอดคล้อง เนื่องจากเราได้นำสิ่งที่คิดว่าขาดหายไปมาใส่ให้เกิดความครบถ้วนโดยไม่กระทบกับหลักการสำคัญ โดยเรื่องแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐที่ กมธ.ยกร่างฯเพิ่งพิจารณาเสร็จ ได้ให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมระบบเศรษฐกิจแบบเสรีและเป็นธรรม สร้างประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ สนับสนุนการผลิตและการใช้พลังงานหมุนเวียนทุกประเภทให้เต็มศักยภาพ ลดปัญหาด้านมลพิษ รวมทั้งส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมของชาติและท้องถิ่น ทั้งนี้ การพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราในสัปดาห์หน้าทาง กมธ.ยกร่างฯจะเริ่มพิจารณาในหมวด 3 รัฐสภาต่อไป
สปช.ยังไม่ชัดโหวตลับร่าง รธน.
นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ สมาชิก สปช. ในฐานะประธาน กมธ.ปฏิรูปการเมือง กล่าวถึงกรณี กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ จะเชิญผู้ยื่นคำขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญทั้ง 8 กลุ่มของ สปช. เข้ารับ ฟังคำชี้แจงเหตุผลการแก้ไขรัฐธรรมนูญแต่ละประเด็นว่า กมธ.ปฏิรูปการเมืองจะประชุมหารือกันในวันที่ 6 ก.ค. แต่ยังไม่แน่ใจ จะมีข้อสรุปว่าใครจะเป็นตัวแทนของกลุ่มหรือไม่ เพราะล่าสุด กมธ.ยกร่างฯยังไม่แจ้งกำหนดวันแน่ชัดมา ส่วนกรณีมีกระแสข่าว สปช.เสนอให้การโหวตร่างรัฐธรรมนูญให้เป็นการลงมติลับ ขณะนี้เป็นเพียงบุคคลเสนอความเห็น ยังไม่เป็นข้อยุติ ถ้ายุติแล้ว ประธาน สปช.คงจะต้องประกาศให้ทราบ
ต้องแก้ “ที่มานายกฯ–โอเพ่นลิสต์”
นายสมบัติกล่าวว่า ตามภาพรวมการแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา ตนสนใจจับตา กมธ.ยกร่างฯจะเอาอย่างไร เรื่องการถ่วงดุลอำนาจ เรื่องกลไกการตรวจสอบ ที่มักทำไม่สำเร็จ มักแพ้รัฐบาลเสียงข้างมาก อีกประเด็นคือ ที่มานายกรัฐมนตรี กมธ.ยกร่างฯปฏิรูปถอยหลังให้คนนอกมาเป็นนายกฯได้ มันเป็นประชาธิปไตยตรงไหน เมื่ออำนาจฝ่ายบริหารไม่เชื่อมโยงประชาชน ทำลาย 3 เสาหลักประชาธิปไตย การยืนยันไม่ตัดระบบเลือกตั้งโอเพ่นลิสต์ออก คืออยากได้รัฐบาลอ่อนแออีกหรือไม่ ถ้านึกภาพรัฐบาลอ่อนแอไม่ออก ให้นึกถึงรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ ที่พรรคแกนนำมีเสียงไม่ถึงครึ่ง จนถูกพรรคร่วมขี่คอ สรุปมีกระทรวงใดๆเหลือให้พรรคประชาธิปัตย์บริหารบ้างนึกสิ ถ้าเกิดภาพการต่อรองแบบนี้อีก ประเทศจะมีอนาคตหรือ แบบนี้ไม่เรียกปฏิรูปแต่ถอยหลังเข้าคลอง ถ้าจะเขียนมาตราอื่นดีก็ไร้ประโยชน์ มันเหมือนคนเราปอดดี ไตดี กระเพาะดี แต่ว่าหัวใจรั่วจะอยู่ได้อย่างไร มันก็ตาย แต่อย่าเขวตามเสียงติ มันจะยิ่งสะเปะสะปะ
ป.ป.ช.จ่อฟันเอกชนโกงจีทูจีข้าว
นายวิชา มหาคุณ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการไต่สวนการทุจริตการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ในส่วนของภาคเอกชนว่า ขณะนี้ได้รวบรวมพยานหลักฐานเสร็จเรียบร้อยแล้ว บริษัทเอกชนทุกแห่งได้เข้ามาชี้แจงข้อมูลต่อคณะอนุกรรมการไต่สวน ป.ป.ช.เรียบร้อยแล้ว ซึ่งคณะอนุกรรมการ ป.ป.ช. เตรียมสรุปสำนวนนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อลงมติ จากนั้นจะส่งสำนวนการไต่สวนให้กับอัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อนำรวมกับ สำนวนคดีทุจริตระบายข้าวจีทูจีของนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ กับพวก ที่ถูกฟ้อง ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทาง การเมืองไปก่อนหน้านี้ ซึ่งศาลฎีกาฯได้เร่งรัดขอสำนวนการทุจริตระบายข้าวจีทูจีในส่วนของเอกชนจาก ป.ป.ช.เช่นกัน กรณีนี้มีเอกชนเกี่ยวข้องการทุจริตประมาณ 80-90 ราย
ชงข้อหา “เจ๊วา” ฮั้วประกันราคาข้าว
นายวิชากล่าวว่า ส่วนการไต่สวนโครงการประกันราคาข้าว สมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มีการร้องให้ถอดถอนนางพรทิวา นาคาศัย อดีต รมว.พาณิชย์ กับพวก กรณีส่อทุจริตและเอื้อประโยชน์ให้บริษัทเอกชน คาดว่าจะสามารถแจ้งข้อกล่าวหาได้ภายใน 2 สัปดาห์ ขณะที่การทุจริตระบายมันสำปะหลัง ที่ ป.ป.ช.เพิ่งตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาไต่สวน คาดว่าคดีนี้จะสรุปสำนวนได้รวดเร็ว เนื่องจากใช้โมเดลกระทำผิดรูปแบบเดียวกันกับคดีระบายข้าวจีทูจี ที่ ป.ป.ช.ลงมติชี้มูลความผิดไปก่อนหน้านี้ และยังมีตัวละครคล้ายๆกัน คาดว่า จะได้ข้อสรุปในอีกไม่นานนี้
เด็ก “ปู-มาร์ค” โยนกลองทำข้าวราคาตก
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงนายยรรยง พวงราช อดีต รมช.พาณิชย์ ออกมาวิจารณ์ราคาข้าวที่ตกต่ำในปัจจุบันว่ามีผลมาจากการที่รัฐบาลปัจจุบันไม่เร่งระบายข้าว 18 ล้านตัน ที่รับจากรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และเป็นผลจากการให้ข่าวว่าข้าวในโกดัง รัฐบาลเสื่อมสภาพ ซ้ำยังระบุว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์ขายข้าวได้มากถึงเดือนละ 1 ล้านตันว่า นายยรรยงก็ยังเหมือนเดิม ทั้งที่ราคาข้าวตกต่ำทั้งในประเทศและต่างประเทศนี้ เป็นผลพวงที่เกิดจากโครงการรับจำนำข้าวยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ที่ระบายข้าวออกหลังรับจำนำในราคาสูงไม่ได้ ต้องเก็บสต๊อกเป็นภาระของรัฐบาลนี้ร่วม 18 ล้านตัน จึงทำให้ราคาข้าวเปลือกของชาวนาตกต่ำจนถึงวันนี้ต่างหาก การที่อ้างว่าการให้ข่าวเรื่องข้าวเน่ายิ่งทำให้ราคาข้าวตกต่ำ ถามว่าตอนที่รัฐบาลนี้ตรวจโกดังข้าวนายยรรยงไปอยู่ที่ไหน
“บิ๊กตู่” ร่วมเวทีผู้นำลุ่มน้ำโขง-ญี่ปุ่น
สำหรับภารกิจเยือนประเทศญี่ปุ่นของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.เพื่อเข้าร่วมประชุมผู้นำลุ่มน้ำโขงกับญี่ปุ่นครั้งที่ 7 เมื่อเวลา 09.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) ที่เรือนรับรองรัฐบาลญี่ปุ่น กรุงโตเกียว พล.อ.ประยุทธ์ ร่วมพิธีต้อนรับจากนายชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ในนามรัฐบาลญี่ปุ่น ก่อนเข้าร่วมประชุมผู้นำลุ่มน้ำโขงกับญี่ปุ่น ครั้งที่ 7 จากนั้น ไปร่วมพิธีมอบของขวัญให้นักฟุตบอลเยาวชนกระชับมิตรระหว่างทีมลุ่มน้ำโขงและญี่ปุ่น
เนื้อหอมนักธุรกิจแห่กินมื้อเที่ยงด้วย
กระทั่งเวลา 12.00 น. ไปร่วมงานอาหารกลางวันกับภาคเอกชนญี่ปุ่น ที่โรงแรมอิมพีเรียล โดยมีนักธุรกิจญี่ปุ่นเข้าร่วมกว่า 1,000 ราย ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวขอบคุณภาคเอกชนญี่ปุ่น และหวังว่าญี่ปุ่นจะคงบทบาทที่แข็งแกร่ง เพื่อสร้างความเจริญให้แก่อนุภูมิภาคและร่วมก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน สำหรับไทยได้ปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้สิทธิประโยชน์ขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ในลักษณะ “บวกหนึ่ง” ไปยังเพื่อนบ้าน ขณะนี้รัฐบาลไทยเห็นชอบวงเงินจำนวน 16,500 ล้านเยน เพื่อเชื่อมโยงทวายกับอีสเทิร์นซีบอร์ด ต่อไปยังกัมพูชาและเวียดนาม
เซ็น MOI ทวาย-ญี่ปุ่นหนุนระบบราง
จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้ไปร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามบันทึกเจตจำนง (Memorandum of Intention-MOI) โครงการทวายระหว่างเมียนมา-ไทย-ญี่ปุ่น ต่อมาเวลา 15.00 น. ที่เรือนรับรองรัฐบาลญี่ปุ่น พล.อ.ประยุทธ์ ได้หารือทวิภาคีกับนายชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น โดย พล.อ.ประยุทธ์ แถลงภายหลังการหารือว่า ขอบคุณรัฐบาลญี่ปุ่นที่ประกาศจะให้ความร่วมมือพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่มีคุณภาพสูง และความมุ่งมั่นสนับสนุนไทยให้เป็นศูนย์กลางขับเคลื่อนการเจริญเติบโตในภูมิภาค ทั้ง 2 ฝ่ายตกลงที่จะร่วมกันพัฒนารถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ รถไฟฟ้าสายสีแดงและมีแผนจะพัฒนาระบบรางให้เชื่อมโยงระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก ทั้งด้านบนและด้านล่างในอนาคต โดยไทยยืนยันจะดูแลการลงทุนของญี่ปุ่นอย่างดีที่สุด อย่างไรก็ตาม ตนจะเป็นกำลังใจให้นักฟุตบอลหญิงญี่ปุ่นในรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกที่แข่งกับสหรัฐอเมริกาด้วย
“อาเบะ” แจก 2 แสน ล.ชาติลุ่มน้ำโขง
นายชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ได้ออกแถลงการณ์ว่า รัฐบาลจะมอบเงินช่วยเหลือด้านโครงสร้างพื้นฐานแก่ชาติลุ่มน้ำโขง มูลค่า 6,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 201,300 ล้านบาท ในช่วงระยะเวลา 3 ปีจากนี้ เนื่องด้วยภูมิภาคดังกล่าวถือเป็นเขตเศรษฐกิจที่สำคัญ มีความต้องการสูงในด้านโครงสร้างพื้นฐาน ญี่ปุ่นเล็งเห็นในจุดนี้และพร้อมที่จะช่วยเหลือในการพัฒนา ไม่ว่าจะในด้านคุณภาพและด้านปริมาณ
ที่มา http://www.thairath.co.th/content/509478







0 comments:
Post a Comment